มะเร็งตับ(Liver cancer) เกิดขึ้นเมื่อเซลล์บริเวณตับ มีลักษณะการทำงานผิดปกติแล้วพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด หรืออาจเกิดจากการแพร่กระจายของมะเร็งบริเวณอื่นมายังตับส่วนมากจะมาจากสาเหตุนี้ แต่มะเร็งชนิดนี้ยังเป็นหนึ่งในมะเร็งทางพันธุกรรมที่พบบ่อย และยังรวมถึงการติดเชื้อไวรัสหรือพยาธิบางชนิดด้วย

Check list 6 สัญญาณที่บอกว่าคุณเป็นมะเร็ง ตับ หรือไม่

ปกติมะเร็งตับมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมากซึ่งเป็นระยะที่รักษาต่อยาก เรามาดูสัญญาณของโรคนี้กันเลยค่ะ

Check list 6 สัญญาณที่บอกว่าคุณเป็นมะเร็ง ตับ หรือไม่

อาการโรคมะเร็งตับ

โรคมะเร็งตับมักไม่มีสัญญาณหรืออาการบ่งบอกในระยะแรกเริ่ม จนเมื่อมะเร็งพัฒนาถึงขั้นแสดงอาการจึงจะสังเกตได้ดังนี้

  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ไม่อยากอาหาร รู้สึกอิ่มแม้รับประทานไปเพียงเล็กน้อย
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เจ็บช่องท้องส่วนบน โดยมักจะปวดบริเวณด้านขวา
  • มีอาการบวมที่ช่องท้องหรือคลำพบก้อนใต้ชายโครงด้านขวา เนื่องจากตับโต
  • อาจคลำพบก้อนที่ชายโครงด้านซ้ายเนื่องจากม้ามโต
  • ผิวหนังและตาเหลือง (ดีซ่าน)
  • อุจจาระอาจมีสีซีดลง
  • อ่อนแรงและเหนื่อยล้า
  • มีอาการคัน
  • เป็นไข้

Check list 6 สัญญาณที่บอกว่าคุณเป็นมะเร็ง ตับ หรือไม่

ปัจจัยเสี่ยง

มะเร็งที่ตับเกิดขึ้นจากการที่ดีเอ็นเอในเซลล์ตับเกิดการกลายพันธุ์จนทำให้โครงสร้างเซลล์เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เซลล์เติบโตขึ้นอย่างผิดปกติและพัฒนาเป็นเนื้อร้ายในที่สุด สาเหตุหลักของการการเปลี่ยนแปลงนี้ยังไม่ปรากฏแน่ชัด แต่มีปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับได้ดังต่อไปนี้

  • เพศ พบอัตราการเป็นมะเร็งตับในเพศชายสูงกว่าในเพศหญิง
  • ผู้ป่วยเป็นโรคชนิดอื่นที่สัมพันธ์หรือสามารถพัฒนาไปเป็นมะเร็งตับ ได้แก่
  • โรคตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบ ซี ที่สร้างความเสียหายต่อตับอย่างถาวรและทำให้ตับวายได้
  • โรคตับแข็ง กว่าครึ่งของผู้ป่วยมะเร็งตับเป็นโรคตับแข็งร่วมด้วย
  • โรคเบาหวาน
  • มะเร็งตับอาจสัมพันธ์กับโรคอ้วน และโรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุราได้ด้วย
  • โรคตับที่สืบทอดทางพันธุกรรมที่พบได้ไม่บ่อย ได้แก่ ภาวะธาตุเหล็กในตับมากเกิน(Hemochromatosis) ภาวะทองแดงคั่งในร่างกาย (Wilson’s Disease)
  • การสัมผัสสารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxins) ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากเชื้อราตามเมล็ดข้าวโพดหรือถั่วที่เก็บรักษาไม่ดีจนทำให้เกิดเชื้อรา การได้รับอาหารปนเปื้อนเชื้อราจึงเสี่ยงต่อการได่รับสารพิษชนิดนี้และเกิดเป็นมะเร็งตับ ซึ่งพื้นที่ในทวีปแอฟริกาและเอเชียบางส่วนอาจพบการปนเปื้อนจากเชื้อราชนิดนี้
  • การบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินควร พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมากเป็นเวลาติดต่อหลายวันจะก่อให้เกิดอันตรายต่อตับอย่างต่อเนื่องและเสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็ง
  • การสูบบุหรี่ ผู้ที่ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบอยู่แล้วและมีพฤติกรรมสูบบุหรี่จะยิ่งเสี่ยงเป็นมะเร็งตับยิ่งขึ้น
  • การได้รับสารเคมีอันตรายจากยากำจัดวัชพืช เช่น สารไวนิล คลอไรด์ (Vinyl Chloride) และสารหนู (Arsenic) ที่อาจพบได้บ่อน้ำที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย เมื่อได้รับเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสมจนเกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย รวมถึงมะเร็งตับด้วย
  • การใช้อนาโบลิคเสตียรอยด์ (Anabolic steroids) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายที่นักกีฬามักใช้เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ หากใช้เป็นเวลานานจะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ รวมถึงมะเร็งชนิดอื่น ๆ ด้วย
  • เชื้อชาติ พบผู้ป่วยโรคตับแข็งที่เป็นชาวเอเชีย ชาวอเมริกัน และชาวเกาะแปซิฟิค ได้บ่อยกว่าชาติอื่น ๆ

Check list 6 สัญญาณที่บอกว่าคุณเป็นมะเร็ง ตับ หรือไม่

ผู้ที่มีความเสี่ยงมะเร็งตับในระดับควรเข้ารับการตรวจ

  • ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และมีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นร่วม เช่น เป็นชาวเอเชียหรือแอฟริกัน ป่วยเป็นโรคตับแข็ง หรือมีประวัติบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งตับ
  • ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี พร้อมกับเป็นโรคตับแข็ง
  • ผู้ป่วยโรคตับแข็งจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป โรคไขมันพอกตับ โรคทางพันธุกรรมอย่างภาวะธาตุเหล็กในตับมากเกิน
  • ผู้ป่วยโรคตับแข็งที่เกิดหลังการคั่งของน้ำดี

อย่างไรก็ตามมะเร็งเป็นโรคที่สังเกตจากภายนอกไม่ได้ 100% หากพบว่าตัวเองมีภาวะเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจโดยตรงจะดีที่สุด โดยนวัตกรรมแคปซูลAPCO เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการลดความเสี่ยงสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดเนื้อร้าย ที่ตับและผู้ที่มีความเสี่ยงมีสาเหตุส่วนนึงมาจากพันธุกรรมอีกด้วย